เครื่องช่วยฟังคนหูหนวก

เครื่องช่วยฟังเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขนาดเล็กที่สวมใส่ในหูหรือหลังใบหู เพื่อท่าหน้าที่ขยายเสียง จาก ภายนอกท่าให้ผู้ฟังรับรู้เสียงได้ดีหรือได้ยินมากขึ้นทั้งในสถานการณ์ที่เงียบสงบและมีเสียงดัง โดยเฉพาะผู้ที่ สูญเสียการได้ยินจะช่วยให้สามารถสื่อสารในชีวิตประจ่าวันได้  เครื่องช่วยฟัง ( Hearing aids) แบ่งเป็น 2 ประเภทคือ

เครื่องช่วยฟังชนิดฟังเสียงทางอากาศ (Air conduction hearing aid) เป็นเครื่องที่ใส่ ไว้ที่หู โดยให้ เสียงผ่านเข้าทางช่องหู และเครื่องช่วยชนิดฟังเสียงทางกระดูก ( Bone conduction hearing aid) เป็นเครื่องที่ใส่ไว้ที่หู โดยให้เสียงผ่านเข้าที่บริเวณหลังใบหู (mastoid) กรณีที่ผู้ป่วยไม่สามารถใส่เครื่องทางช่องหู เช่น รูหูตีบ ไม่มีรูหู ผู้ป่วยที่มีหนองไหลจากหูตลอดเวลา เป็นต้น เครื่องประเภทนี้ มีทั้งชนิดที่วางอยู่ภายนอก และชนิดที่แพทย์ต้องทำการ ผ่าตัดเพื่อฝังไว้ที่กะโหลกศีรษะโดยมีตัวรับเสียงอยู่ภายนอก (Bone-Anchor HearingAid)

ระบบเสียงของเครื่องช่วยฟังโดยทั่วไปมีสองระบบ ได้แก่ ระบบเสียงอนาลอก (analog) และระบบเสียงแบบดิจิตอล (digital) โดยระบบดิจิตอลนี้มีข้อดีคือมีสัญญาณเสียงที่ชัดเจน บางรุ่นสามารถปรับสัญญาณเสียงและระดับของการขยายเสียงที่มีความถี่ต่างๆ ปัจจุบันมีเครื่องช่วยฟังดิจิตอลหลายชนิดซึ่งมีความแตกต่างกันทั้งขนาด กำลังขยาย ความดังสูงสุด และมีข้อบ่งชี้ในเครื่องช่วยฟังแต่ละชนิดที่แตกต่างกัน

เครื่องช่วยฟังดิจิตอลที่นิยมใช้กันในปัจจุบันส่วนใหญ่มี 3 ชนิดได้แก่      

  1. แบบกล่อง (Body aid) มีความกว้างยาวประมาณ 2 เท่าของกล่องไม้ขีด ผู้ใช้จะใส่กล่องนี้ในกระเป๋าเสื้อแล้วมีสายไฟเล็ก ๆ ต่อมายังหูฟังที่เสียบในหูข้อดีคือ จับเหมาะมือ ปรับง่าย จึงเหมาะส่าหรับผู้สูงอายุ อีกทั้งมีราคาถูก และหากมีการสูญเสียการได้ยิน 2 ข้างเท่ากันสามารถใช้เครื่องเดียวได้โดยใช้วิธีการต่อสายแยกเข้าสองหู นอกจากนี้ยังมีกำลังขยายมาก จึงเหมาะส่าหรับผู้ที่สูญเสียการได้ยินอย่างรุนแรง แต่ข้อเสียของเครื่องชนิดนี้คือ มีสาย รุงรัง จ่ากัดด้านการเคลื่อนไหว การฟังเสียงไม่เป็นธรรมชาติ เนื่องจากไมโครโฟนรับเสียงอยู่ที่บริเวณหน้าอก และท่าให้เห็นความพิการได้ชัดเจน
  2. เครื่องแบบทัดหลังใบหู (Behind the ear, BTE) ลักษณะเป็นกล่องขนาดนิ้วหัวแม่มือ โค้งเข้ากับหลังใบหูแล้วมีท่อพลาสติกต่อเข้า กับหูฟังที่เสียบในหูเป็นเครื่องที่กะทัดรัด ไม่เกะกะรุงรังเพราะไม่มีสาย แต่มีราคาสูงปุ่มกดปรับระดับเสียงมีขนาดเล็กท่าให้เกิดความไม่สะดวกในการปรับโดยเฉพาะผู้ใช้ที่เป็นกลุ่มผู้สูงอายุ ทั้งนี้ สามารถใช้ได้กับผู้ที่มีกาสูญเสียการได้ยินน้อยไปจนถึงการสูญเสียการได้ยินระดับรุนแรง
  3. เครื่องชนิดสั่งทำขนาดเล็กใส่ในหู (Custom- made hearing aid ) แบ่งเป็น แบบใส่ในหู (In the ear,ITE) แบบสอดในช่องหู มีสองขนาดคือ (In the canal,ITC) และ A Completely-in-Canal (CIC) เครื่องช่วยฟังชนิดนี้ ต้องมีการสั่งท่าเฉพาะรายเพราะต้องมีการพิมพ์แบบหูเพื่อให้เข้ากับลักษณะหูของผู้ใช้ ข้อดีคือมีการฟังเสียงที่เป็นธรรมชาติ และเห็นความพิการน้อยลงเนื่องจากตัวเครื่องมีขนาดเล็กจิ๋ว โดยเฉพาะ CIC แต่เครื่องช่วยฟังชนิดนี้ใช้ได้เฉพาะผู้ที่มีการสูญเสียการได้ยินไม่มากคือต่ำกว่า 70 dB

ส่วนใหญ่การเลือกใช้เครื่องช่วยฟังดิจิตอลแต่ละชนิดนั้น ผู้ป่วยที่สูญเสียการได้ยินต้องได้รับคำแนะนำจากนักโสตสัมผัสวิทยา เพื่อให้แน่ใจว่าเครื่องช่วยฟังดิจิตอลนั้นเหมาะกับผู้ใช้จริง รวมทั้งการเรียนรู้การใช้ การดูแลรักษาเครื่องการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเมื่อเครื่องขัดข้อง และการติดตามผลการใช้เครื่องเป็นระยะๆ เพราะในขณะใช้เครื่องอาจเกิดโรคหูอย่างอื่นแทรกซ้อน อาจจะท่าให้หูเสียมากขึ้น ความสามารถในการฟังเสียงลดลง อาจต้องพบแพทย์เพื่อพิจารณารักษาหรือทำการปรับเครื่องใหม่ให้เหมาะกับการสูญเสียการได้ยินที่เปลี่ยนไป อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องนี้ที่ thailandclinics.com